หน้าจอตรวจสอบสถานะ (Monitoring)
เมื่อเกิดปัญหาอย่าง "ทำไมข้อมูลไม่อัปเดต?" หรือ "กราฟหน้าเว็บหยุดนิ่งไป 5 นาที" หน้า Monitoring ของ Dashboard คือเครื่องมือหลักในการหาสาเหตุ
📊 1. ใช้อะไรดู (Live Traffic)
ที่หน้าโปรเจกต์ของคุณ เรามีการวาดกราฟแสดงความถี่การส่งข้อความ (Message Rate) แบบวินาทีต่อวินาที (Live Refreshing Graph)
- ยอด Connections (ผู้เชื่อมต่อ): ดูว่าตอนนี้มี Client กี่ตัวกำลัง connect WebSocket อยู่
- Message Traffic (ข้อความเข้า-ออก): ทุกการ Publish ขึ้น Server และทุกการ Broadcast ไปยัง Client จะถูกนับเป็น message rate (msg/s)
ใช้ดูอะไร?: เพื่อสังเกต Traffic ช่วง Peak Hour ของแอปคุณ สำหรับประเมินการอัปเกรดแผนใช้งาน (Usage/Plan) ให้โควต้ารองรับได้
🕵️ 2. หาสาเหตุ (Error Logs)
ถัดจากโซนกราฟ คือส่วน Error Log ของระบบ
ข้อผิดพลาดทุกอย่างที่ RawPush ปฏิเสธกลับไปยัง Backend หรือ Client ของคุณ จะถูกบันทึกไว้ที่นี่
ข้อผิดพลาดยอดนิยมที่คุณจะเจอ:
| รหัสอาการ | ที่มาความผิด | แนวทางแก้ |
|---|---|---|
400 Bad Request | Backend คุณเอง | ตรวจสอบ JSON ตอนส่ง Publish ผ่าน REST API ว่า format ถูกต้องหรือไม่ |
401 Unauthorized | Backend หรือ Client | เช็คด่วนว่าใส่ Key ผิดหรือเปล่า สลับฝั่ง Public กับ Secret หรือคำนวณ HMAC signature ผิดวิธี? |
429 Too Many Requests | Client ของคุณ | แอปของคุณส่ง Request เกิน Rate Limit ที่กำหนดไว้ ลองดูโควต้า |
4001 Timeout | ฝั่ง Browser ของ User | User connect เข้ามาแต่ไม่ส่ง Token มา authenticate ภายใน 10 วินาที ระบบเลย close connection |
Log จะแสดงรายละเอียดได้ถึงระดับว่า Payload ผิดตรงไหน ไฟล์เกิน 10KB หรือไม่ ทำให้ทีม debug ได้อย่างตรงจุด
